หวัดดีค่า    คราวก่อนเคยเอาบทความของคุณสามีมาลงได้รับการตอบรับที่ดีเลยรู้สึกมีกำลังใจคราวนี้ก็มีบทความใหม่ของคุณสามีมาให้อ่านกันอีก
 
*ใครที่คิดว่าบทความนี้น่าจะมีประโยชน์กับคนอื่น สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยนะคะ *
 
 
                ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกคนมากนะครับที่ให้ความสนใจเข้ามาอ่านตั้งแต่บทความที่แล้วอันที่แล้ว
ผมก็พิมพ์ๆเก็บเอาไว้   ภรรยามาอ่านเจอก็เอาไปลงซะงั้น  ถ้ามันมีประโยชน์กับคนอื่นบ้างผมก็ดีใจมากๆเลยครับ
 
                สำหรับเรื่องในคราวนี้ผมต้องขอโทษเอาไว้ล่วงหน้าเลยครับถ้าสิ่งที่ผมจะกล่าวออกไปนี้ไปกระทบ
 หรือตรงกับพฤติกรรมของใคร  ผมไม่ได้คิดจะว่าอะไรใคร  หรือวิธีการความชอบของใครทั้งนั้นครับ  ได้โปรดคิด
ว่าเป็นมุมมองส่วนตัวของผมที่อยากถ่ายทอดให้ฟัง  และก่อนจะเข้าเรื่องก็ต้องขอโทษเอาไว้อีกทีเลยครับ
 
                แน่นอนว่าจากหัวข้อที่แล้ว  ผมอยากมาพูดถึงการ "ดูแอนนิเมชั่น"  ซึ่งการ"ดูแอนนิเมชั่น"ในที่นี้ผม
จะพูดถึง "วิธีการ" ในการดูครับ
 
               การดูแอนนิเมชั่นมีวิธีการด้วยเหรอ  ก็ใส่แผ่น  เปิดดูไฟล์จบแล้วนิ?
 
อันนั้นใช่ครับ  แต่ที่ผมจะพูดก็คือแต่ละคนจะมีวิธีการดูต่างๆกันไปครับ  ผมได้เจอมาหลายๆแบบ
และอยากจะมาแชร์ให้ฟัง
 
 
                เริ่มจากตัวผมก่อนเลยครับผมจะเป็นคนดูแอนนิเมชั่นแบบ "ดูมหรสพ"เหมือนดูละครเวทีหรือดู
แอนนิเมชั่นในโรง  คือผมจะตั้งใจมากๆและจะไม่สนใจอย่างอื่นเลย
 
ทำไมต้องทำแบบนั้น?
เพื่อที่ผมจะได้รับอรรถรส  ข้อความ  และความรู้สึกจากผู้กำกับและคนเขียนบทให้เต็มที่ๆสุดเท่าที่ผมจะทำได้  
 
                งั้นก็รีดูใหม่ก็ได้นิถ้าดูอยู่บ้าน? (ส่วนใหญ่ผมดูที่บ้าน)
  ได้ครับ  แต่มันไม่เต็มที่หรอกครับ  เพราะผมมีความเชื่อว่าผู้กำกับที่มีความสามารถนั้นจะวางแผน
ทุกอย่างในแอนนิเมชั่นเรื่องหนึ่งๆไว้หมด  ซึ่งหนึ่งในความเก่งของผู้กำกับเหล่านั้นคือ"การวางแผนอารมณ์คนดู"ครับ
                  ผู้กำกับเก่งๆจะบังคับอารมณ์ของคนดูได้ว่า  เมื่อดูมาถึงจุดนี้แล้ว  คนดูจะรู้สึกอย่างไรและต่อไปจะรู้สึกแบบไหน  เช่นว่า  พอดูถึงตอนนี้คนดูจะต้องเศร้าและกดดันขนาดนี้  และถ้าดูไปเรื่อยๆพอถึงตรงจุดนี้ต้องเปิดเพลงนี้ขึ้นมาดังๆนะตอนนี้คนดูจะต้องสะเทือนใจที่สุด  ถ้าไม่ร้องไห้ออกมาก็ต้องให้ขนลุกทั้งตัวหละ  หรือถ้ามาถึงตรงนี้ต้องขำประมาณนี้แล้วพอตรงนี้ต้องตบมุขนี้ป้าบใส่เสียงนี้  คนดูต้องขำก๊ากเลย
 
                 ตัวอย่างที่ง่ายที่สุดก็อย่างเช่นถ้าเป็นซีรี่ส์เค้าก็พยายามจะบิ้วอารมณ์ให้ตื่นเต้นตอนใกล้ๆจะจบตอนเพื่อให้อยากดูตอนต่อไป  ก็เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนครับ
(ถ้าทำสำเร็จอารมณ์คนดูก็จะประมาณ "เหยดดดดโด้วววว!!  ตอนต่อไปอยู่หนายยยยย!!")
 
                  จากที่ผมยกตัวอย่างก็คือผู้กำกับเค้าจะวางแผนไว้ทั้งหมดว่าต้องใช้คัทแบบไหนตอนไหนเรียงต่อกันแล้วจะรู้สึกยังไง  เปิดเสียงตอนไหนใช้สีโทนไหน  เพื่อบิ้วอารมณ์คนดูให้ไปถึงจุดหมายที่ผู้กำกับต้องการ  ซึ่งถ้าเราหยุดหรือรีกลับอารมณ์นั้งจะไม่ต่อเนื่องทันที  ผมจึงตั้งใจดูเพื่อซึมซับอารมณ์ทุกอย่างที่ผู้กำกับพยายามถ่ายทอดให้เราให้ได้  แล้วสิ่งที่เราได้จากแอนนิเมชั่นเรื่องนั้นๆก็จะเต็มเม็ดเต็มหน่วยจริงๆ
 
                  รอบแรกผมจะดูให้ได้อารมณ์ของเรื่องนั้น  แล้วหลังจากนั้นผมก็จะมาดูซ้ำรอบสองรอบสามเพื่อเก็บรายละเอียดต่างๆ  ทั้งการลำดับกล้อง  มุมกล้อง  จังหวะการคัท  การแอนนิเมท  จังหวะการให้เสียง  ลักษณะเสียงที่ใช้  เป็นต้น

แต่ขอสารภาพว่าพักหลังเนื่องจากมีเวลาดูน้อยลง  พอดูเรื่องไหนรอบแรก  ถ้าประทับใจคัทไหนมาก  รีดูซ้ำตอนนั้นเลย  ซึ่งไม่ค่อยดีเท่าไหร่ครับอารมณ์มันจะสะดุด  แถมรีบ่อยโดนภรรยาดุอีกว่าตรูจะดูต่อ =w="
 
                 อันนั้นเป็นวิธีของผม  ใครถูกใจก็เอาไปใช้กันได้นะจ๊ะ  
 
                  คราวนี้ก็เป็นวิธีของคนอื่นที่ผมได้เจอมา
 
                  อย่างแรกคือการดูแอนนิเมชั่นแบบ"ดูทีวี"
 
ดูแบบดูทีวีนึกออกมั้ยครับ  ถ้านึกไม่ออกให้นึกถึงคนที่เข้าบ้านมาแล้วเปิดทีวีทิ้งไว้ก่อนรายการ
อะไรช่างมันไม่ให้บ้านมันเงียบ  ไม่งั้นมันจะน่ากลัว  แล้วก็เดินไปอาบน้ำทานข้าว
  พูดง่ายๆคือเปิดทิ้งไว้  ผ่านมาก็ดู  ไม่ผ่านมาก็ช่างมันเดินผ่านมาถึงดูตรงไหนก็ตรงนั้นแหละไม่
เข้าใจก็ไม่เป็นไร =w=?  แป่ว
พูดจากใจนะครับ  มันน่าเสียดายครับเพราะเขาตั้งใจสร้างตั้งใจประกอบขึ้นมาถึงเป็น
แอนนิเมชั่นเรื่องนึงหรือตอนนึง  ทุกเสี้ยววินาทีล้วนตั้งใจและมีการวางแผนไว้ครับ  ดูซ้ำอีกอารมณ์ก็ไม่
เหมือนเดิมนะครับเพราะเรารู้บางส่วนไปก่อนหน้านั้นแล้ว
อีกแบบนึงคือดูแอนนิเมชั่นแบบ "ดูหนังโป๊"
ดูแอนนิเมชั่นแบบดูหนังโป๊เป็นยังไง  ผมให้คำจำกัดความง่ายๆคือ"ดูแบบกดข้าม"  หรือ
"ดูตอนจะจบก่อน" ครับผมเคยถามพี่ๆน้องๆที่ทำแบบนี้ว่าทำทำไม?  จะมีหลายเหตุผลนะครับ  ส่วนใหญ่ที่
ผมได้ยินมาคือ "อยากดูตอนแอคชั่น  ตอนที่เล่าเรื่องมันคุยๆกันน่าเบื่อ"  (เวรกรรม  แล้วจะแต่งบททำไม
หละนี่=w=")  "อยากดูตอนจบเลยอะ  ทนไมไหวอยากรู้ว่าจบเป็นยังไง" (ผมยืนยันได้ว่าตอนจบที่ดูไป
ก่อนนั้นได้อารมณ์ไม่ถึง40%ครับ =w= รอก่อนก็ได้เพ่ดูไปเดี๋ยวก็จบ!!)
แอนนิเมชั่นนะคร๊าบไม่ใช่หนังAV!!  โอเคถ้าคุณดูหนังโป๊  คุณจะกดข้ามช่วงที่มันเว่นเว้อไป
ตอนที่มันตรับๆๆ  กันเลย  หรือจะเลยไปดูตอนจบที่มันไหลนองเต็มหน้าแล้วมันก็คงไม่เป็นไรเพราะผมก็
ทำแบบนั้น!!(อ๊ะ!!)  แล้วคุณก็บิ้วอารมณ์ของคุณเองแล้วนี่  แต่แอนนิเมชั่นถูกเรียงลำดับอารมณ์มานะครับ
แล้วไหนจะการสื่อสารเรื่องราวอีก  ถ้ากดข้ามไปมันแทบจะไม่ได้อะไรนะครับ!!
ผมมองว่าแอนนิเมชั่นเหมือนภาพจิ๊กซอว์ใหญ่ๆ  ที่ประกอบขึ้นมาจากฝีมือคนทำหลายๆชิ้น
รวมกันเป็นภาพ  โดยผู้กำกับและผู้กำกับศิลป์และคนเขียนเรื่องนั้น  จะเป็นคนที่รู้ว่าภาพเล็กๆเหล่านั้นมารวม
กันเป็นภาพใหญ่แล้วจะเป็นยังไง  สวยขนาดไหน
ดังนั้นการดูแอนนิเมชั่นแบบ"ดูทีวี"กับ"ดูหนังโป๊"นั้น  จะเหมือนคุณดูภาพจิ๊กซอว์ที่ยังต่อไม่
เสร็จ แหละครับ >w<
อีกเรื่องนึงที่ผมเจอบ่อยๆคือบางคนไม่ชอบดูเสียงในฟิลม์  ชอบดูแบบที่พากย์ทับมากกว่าซึ่ง
ก็มีเหตุผลต่างๆกันไป  บางคนอาจจะอ่านซับไม่ทันบ้าง  หรืออยากจะดูภาพเต็มๆบ้าง  อันนี้เข้าใจครับ  แต่ถ้า
เป็นไปได้  ฟังเสียงOriginalของเขาเถอะครับ  ผมไม่ได้หมายความว่านักพากย์คนที่พากย์ทับพากย์ได้ไม่ดี
นะครับ  แต่เพราะเสียงOriginalของเขาได้ผ่านการกำกับมาแล้วจากผู้กำกับโดยตรงเป็นคัทๆไป  รวมทั้ง
นักพากย์(Voice Actor) ของเขานั้นได้ผ่านการแคสท์มาแล้วว่าเหมาะสมกับคาแรคเตอร์ตัวนั้นๆ  ทั้งยังได้ฝึก
ภาษาไปด้วยในตัวนะครับ
มีครั้งหนึ่งที่ทำงานเก่าของผมเรียกผมไปคุยว่าเราจะสร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานที่กำลั
เนือยๆได้ยังไง  ผมก็บอกว่าคนอื่นผมไม่รู้เป็นยังไง  แต่สำหรับผมผมจะมีแรงบันดาลใจเวลาที่ได้ดูงานที่ดีๆ  
จะรู้สึกอยากทำแบบนั้นบ้าง  หลังจากนั้นเค้าได้เอาTVเครื่องใหญ่มาตั้งกลางออฟฟิสและเรียกผมเข้าไปคุย  
ขอให้ผมลิสต์รายชื่อแอนนิเมชั่นที่ผมคิดว่าคนทำแอนนิเมชั่นควรจะได้ดูให้หน่อย  ผมก็ลิสต์ไปให้ประมาณ
กระดาษA4 3แผ่นผมเขียนบอกหมดว่าเรื่องนี้ฉายปีอะไร  ได้รางวัลอะไรบ้าง
พอเอาไปให้เสร็จเค้าก็ตรวจดูและบอกผมว่า  ให้ช่วยเอาแอนนิเมชั่นในลิสต์นี้มาให้หน่อยซึ่
ผมก็มี อยู่แล้วไม่ได้หวง  แต่ผมก็ถามว่าเอาไปทำอะไรครับ  เค้าตอบว่าจะเปิดให้พนักงานดูอะโห  ผมดีใจมาก
คนอื่นๆจะได้ดูงานด้วย  ผมก็ถามเค้าว่าพี่จะให้ดูวันละกี่ ช.ม. ครับ  ดูตอนไหนแต่คำตอบของเขาคือ
"ก็เปิดทิ้งไว้เนี่ยแหละ  คนเดินผ่านไปผ่านมาจะได้ดู"
......
...ขอโทษนะครับ  จะดูถูกแอนนิเมชั่นมากไปนิดรึเปล่าครับ...
หลายๆเรื่องที่ผมเขียนลงไปในลิสต์นั้นต้องใช้เวลานั่งดูถึง 52 ตอนตอนละ30นาทีเพื่อจะได้รับ
ทุกอย่างครบถ้วนนะครับ  เปิดไปแบบนี้มันก็ไม่ได้อะไรนะครับ  ที่สำคัญคือคุณก็เป็นบริษัทแอนนิเมชั่นนะครับ
ถ้าเราเสียสละเวลาสักนิดนั่งดูงานแล้ววิพากย์วิจารณ์กัน  มันจะได้อะไรมากกว่าไหมครับ  โอเคผมเข้าใจว่า
มันต้องมีเวลาที่ทำงาน  แต่ก็ไม่ต้องเปิดทุกวันก็ได้นี่ครับมันก็ใช่ที่ว่าบางเรื่องก็ดูข้ามๆได้แหละครับ  แต่ก็อย่าง
ที่ผมบอก  ทำแบบนั้น "มันจะดีเหรอครับ"เรากำลัง"ทำแอนนิเมชั่นอยู่นะครับ"  
ผมขอร้องล่ะครับ  แอนนิเมชั่นเรื่องนึงถูกสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากเพื่อจะส่งบางอย่างมาถึง
พวกเรา  เรามาตั้งใจดูพวกเขากันเถอะครับ

เพราะถ้าซักวันเราได้ตั้งใจทุ่มทุนทำแอนนิเมชั่นสักเรื่องขึ้นมา  แล้วคนดูทำกับแอนนิเมชั่น
ของเราแบบ "ดูทีวี" กับ "ดูหนังโป๊" ล่ะครับ
เราจะทำไงกันดีครับ.......?
 
จังหวะนี้ผมรีบจบตรงนี้ดีกว่าครับก่อนที่จะพาดพิงคนอื่นไปมากกว่านี้  หวังว่าสิ่งที่ผมบอกจะมี
ประโยชน์กับคนในวงการแอนนิเมชั่นและคนอื่นที่ไม่ได้อยู่ในวงการด้วยไม่มากก็น้อยครับ  และผมขอยืนยัน
 อีกครั้งครับว่าทุกอย่างที่ผมพูดเป็นมุมมองส่วนตัวของผมเท่านั้นครับ  ถ้าผมได้กล่าวอะไรที่รุนแรงเกินไปหรือ
ได้ยกตัวอย่างอะไรที่ไม่เหมาะสม  ผมต้องขอโทษมาที่นี้ด้วยครับ  ผมไม่มีความตั้งใจที่จะต่อว่า  หรือเสียดสี
คนอืน  การกระทำอย่างอื่น  หรือวิธีการคิดแบบอื่นๆเลยครับ  
สำหรับบางคนที่ต้องดูแอนนิเมชั่นในรูปแบบที่ผมยกตัวอย่างมาด้วยเหตุจำเป็นหลายๆอย่าง  
ผมซึ่งไม่ทราบถึงเหตุจำเป็นนั้นๆต้องขอโทษด้วยที่กล่าวพาดพิงครับ
หวังว่าจะมีประโยขน์ครับ  ขอบคุณครับ
ปล. วิธีการดูแอนนิเมชั่นที่ผมพูดถึงนั้นไม่นับรวมการดูเป็น Reference หรือตัวอย่างงาน นะครับ เพราะการ
ดูแบบนั้นจะดูด้วยเหตุจำเพาะว่าอยากดูเพื่อเป็นตัวอย่างงานแบบนั้นๆ  จึงไม่ได้ดูไปทั้งเรื่องครับ
อบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านกันนะคะ

My sketchbook part9

posted on 07 Jan 2012 19:40 by orangedk  in Portfolio
กลับมาอัพงานอีกรอบแว้วจ้าาา  ขอบคุณหลายๆคนที่ทำให้เอนทรี่ที่แล้วติดฮอตนะคะ Surprised ดีใจมั่กๆ
 
            ปีใหม่ได้ไปเที่ยวเขาค้อมา อากาศดีมากๆเลย พอกลับมากรุงเทพแล้วสิวผดขึ้นเลยอ่ะSealed พอกลับมาทำงานแถวรัชดาภิเษกรู้สึกชัดเลยว่า กรุงเทพมันวุ่นวายมากๆ คนก็เยอะ รถก็ติด อนาคตอยากเก็บเงินไว้เยอะๆ   พอรวยแล้วจะย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดแล้วอ่ะ (เสียดายที่ติดว่าต้องทำงานTongue outหงึกๆ)
 
 
ไปดูงานกันเลยดีกว่า
 
ของต้นอ้อจ้า วาดด้วยพิกม่าแบบไม่ร่างดินสออีกแว้ววววว  
 
 
 
 
รู้สึกว่าจะมีแต่รูปวาบหวิวUndecided ฮาฮา
 
 
 
 
ต่อไปก็ของเราจ้า
 
 
ขอเอาหนุ่มๆมาเบรคหน่อยนะ อิอิ
 
 
 
 
แล้วก็กลับมาสาวๆ    
 
ถึงเราจะชอบวาดผู้ชายก็เถอะ แต่ก็ยังรู้สึกอยู่ดีว่างานศิลปะมันต้องคู่กับสาวๆง่ะ
เลยวาดสาวๆซะเยอะเลย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
รูปด้านล่างลงเส้นดินสอน้ำหนักเบาไปหน่อย สแกนไม่ค่อยติด T^T เร่งสีสุดชีวิตแระอ่ะ
ช่วงนี้ภาพสีไม่มีเพราะทำแต่งาน 3D  หึหึหึ  เฉียดเวลามาดรออิ้งบ้างเป็นระยะๆ
 
 
 
ป.ล.  มีหลายๆคนเคยส่งเมสเสจมาถามเรื่องการวาดรูปอยู่บ้าง  ถ้าใครอยากวาดรูปได้สวยๆ สัดส่วน  ไม่เพี้ยน  
 
ใครที่มีปัญหาเรื่องการวาดภาพแล้วรู้สึกแบนๆไม่มีมิติ  หรือวาดบางมุมไม่ได้ซะที  แนะนำว่าให้ลองหันมาวาด
 
ภาพเหมือนดูบ้างนะจ้า   ศึกษาเรื่องอนาโตมี  มันจะช่วยได้เยอะเลย  เพราะว่าบางคนไม่เข้าใจเรื่องของกระดูก
 
เลยไม่รู้ว่า  อะไรอยู่ตำแหน่งไหนของร่างกายบ้าง
 

แอนนิเมชั่น คือ!!?

posted on 18 Dec 2011 11:25 by orangedk  in Article
 
           วันนี้มีบทความของคุณสามีมาแชร์ให้ทุกๆคนได้อ่านกันค่ะ   หลังจากนี้จะมีบทความแบบนี้มาอัพเป็นระยะๆนะคะ  (เนื่องจากแฟนชอบเขียนบทความพวกนี้ เลยอยากแบ่งปันสิ่งดีดีให้ค่าาาา)
 
เห็นว่ามีประโยชน์กับหลายๆคน ลองอ่านดูนะคะ  
 
อันนี้จะเกี่ยวกับอนิเมชั่นและประสบการณ์ที่ทำงานในวงการนี้ในประเทศไทยมานาน
 
ใครที่คิดว่าบทความนี้ดีและมีประโยชน์ ก็อยากให้ช่วยกันแชร์ส่งต่อให้คนอื่นได้อ่านกันบ้างนะคะ Embarassed
 
 
 

แอนนิเมชั่นคือ????!!!!!!
 
บทความต่อไปนี้  ทั้งการวิจารณ์และการตีความ  ล้วนเป็นความเห็นส่วนตัวทั้งสิ้น  โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะจ๊ะ
 
เห็นหัวข้อแบบนี้ไม่ได้มาเลคเชอร์อะไรนะครับ  แค่จะมาเล่าความคิดเห็นในมุมของผมให้ฟัง  เพราะคำว่าแอนนิเมชั่นมีการแปลความหมายในทางรูปธรรมอยู่แล้ว  คือการ "ทำภาพให้เคลื่อนไหว" ประมาณนั้น  แต่ว่าสิ่งที่ผมจะเล่าคือความหมายของคำว่าแอนนิเมชั่นในแบบของผมซึ่งมีความหมายในอีกแง่มุมหนึ่ง
 
ผมดูแอนนิเมชั่นหลายๆเรื่องเข้าตั้งแต่เด็ก  พอโตขึ้นผมก็รู้สึกได้ว่า  แอนนิเมชั่นที่ดีและเป็นที่จดจำอยู่ทุกวันนี้  มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนๆกันคือ  แอนนิเมชั่นเหล่านั้น
 
"จะทิ้งอะไรให้คนดูเก็บไว้เสมอ"
 
แน่นอนว่าสิ่งที่ทิ้งไว้ไม่ใช่คำพูดประเภท  "เด็กๆทุกคนต้องเป็นเด็กดีนะจ๊ะ"  หรือ  "ฮ้า! เราต้องขยันเรียนแล้วก็ช่วยพ่อแม่ทำการบ้าน"  ผมไม่ได้หมายความว่าคำพูดแบบนี้ไม่ดี  แต่ผมมั่นใจว่าคนดูไม่เก็บสิ่งนี้เข้าไปหรอก  มนุษย์มีธรรมชาติอย่างหนึ่งคือไม่ชอบถูกสอนและชักจูง
 
สิ่งที่แอนนิเมชั่นที่ดีทำได้  ยอดเยี่ยมกว่านั้นเยอะ  คือทิ้งสิ่งนั้นๆไว้ในใจคนดู  หรือให้คนดูซึมซับมันเข้าไปเอง
 
 
คราวนี้  "สิ่งนั้น"  คืออะไร?
 
"สิ่งนั้น"  ก็คือ  "ข้อความ  และ(หรือ)  ความรู้สึก"  ครับ
 
 
 
ดังนั้นผมจึงตีความความหมายของแอนนิเมชั่นแบบของผมเองว่า

แอนนิเมชั่น คือ การสื่อสารอย่างมีชั้นเชิงประเภทหนึ่ง  เพื่อนำข้อความ  หรือความรู้สึก ที่ผู้กำกับหรือคนเขียนบทต้องการสื่อ  ส่งเข้าไปถึงจิตใจของผู้รับโดยตรง

ใช่ครับ  ผมตีความแอนนิเมชั่นว่าเป็นการสื่อสาร  การสื่อสารระหว่างผู้กำกับกับคนเขียนบทสู่คนดูทั่วทั้งโลก  หรือทั้งจักรวาล  ฮ่าๆๆ  (ซักวันผมหวังว่ามนุษย์ต่างดาวจะดูงานผม ^^)
 
 
แล้วทำไมใช้คำว่าการสื่อสารอย่างมีชั้นเชิง?
 
เพราะการสื่อสารทั่วไปมันมีขีดจำกัดครับ  และขีดจำกัดที่สูงสุดคือตัวมนุษย์เอง  อย่างที่ผมบอกครับว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ชอบถูกสอนและชักจูง  น้อยคนมากที่ถูกบอกว่า"จงเป็นคนซื่อสัตย์นะ"  แล้วเค้าตอบว่า"ครับผมจะเป็น"  แล้วเค้าก็เป็น
 
เราเลยต้องมีชั้นเชิงในการสื่อสาร  และแอนนิเมชั่นก็เป็นชั้นเชิงแบบหนึ่ง  แอนนิเมชั่นที่ดีจะส่งข้อความหรือความรู้สึกนั้นๆไปฝังอยู่ในใจของผู้รับโดยตรง โดยยากที่จะสลัดออก
 
 
อย่างที่ผมบอก  ไม่ใช่แค่ "ข้อความ"  แต่ "ความรู้สึก"  ก็ถูกส่งด้วย 
 
 
เวลาเราดูแอนนิเมชั่นหลายๆเรื่อง  เราไม่สามารถตีความหมายออกมาเป็นข้อความได้ทั้งหมด  แต่เราดันได้ความรู้สึกบางอย่างติดมา  การสื่อสารนั้นก็ประสพความสำเร็จเหมือนกัน  และบางครั้งแค่ความรู้สึกล้วนๆก็ทำให้คนเราเปลี่ยนได้  เพราะฉะนั้นถ้าคุณตีความหมายออกมาไม่ได้  ไม่ต้องไปเสียเวลาตีครับ  คุณได้ความรู้สึกไปแล้ว
 
แต่ไม่ได้หมายความว่าแอนนิเมชั่นที่ดีต้องสื่อแต่สิ่งที่มีสาระเสมอไปนะครับ  ขึ้นอยู่กับความต้องการของคนทำและผู้กำกับ  ถ้าต้องการให้คนดู"หายเครียดและตลก"  เลยทำการ์ตูนตลก  และสามารถทำให้คนดู"หายเครียดและตลก"ได้  แน่นอนว่าแอนนิเมชั่นเรื่องนั้นก็เป็นแอนนิเมชั่นที่ดีหรือเรื่อง"ความมันส์"หรือ"ความน่ากลัว"  ถ้าสื่อออกมาตามที่ต้องการได้  นับว่าเป็นแอนนิเมชั่นที่ดีแล้วแอนนิเมชั่นเรื่องนึง  ก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องสื่อข้อความเดียวหรือความรู้สึกเดียวครับ
 
 
 

ผมขอยกตัวอย่างแอนนิเมชั่นที่ผมรู้สึกว่าสามารถสื่อสารข้อความออกมาได้สำเร็จสมบูรณ์ครับ
 
Clannad  ใช้เวลาผ่านแอนนิเมชั่น 2 ซีซั่น 44 ตอน เป็นเวลากว่า 1320 นาที  เพื่อที่จะส่งความรู้สึกที่แสนอบอุ่นให้คนดู  และบอกคนดูว่า "คำว่าครอบครัวไม่ได้จำกัดอยู่ที่คนสายเลือดเดียวกัน  หากแต่ใครก็ตามที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา  เขารักเราและเรารักเขา  คนๆนั้นคือครอบครัวของเรา"

UP  ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง เพื่อบอกคนดูว่า "ชีวิตคือการผจญภัย  และต่อให้เพื่อนร่วมผจญภัยของคุณหยุดเดินทางไปแล้ว  การผจญภัยของคุณก็ยังคงมีอยู่"

ARIA ใช้เวลากว่า 3 ซีซั่น  หรือกว่า 1560 นาทีของแอนนิเมชั่นเพื่อส่งผ่านความสุขสู่คนดู และบอกต่อคนดูว่า "โลกนี้สวยงามได้มากแค่ไหน  ถ้าทุกคนรู้จักใช้ความรักและมุมมองที่ดีในการดำเนินชีวิต"
 
School Days ใช้เวลา 12 ตอนหรือ 360 นาทีเพื่อบอกคนดูว่า  "นอกใจตรู  มรึงตาย"  กับ  "แย่งผัวตรูมรึงตาย"  (ฮ่าๆ  ล้อเล่นนะครับ)

กุเรนลากันน์  ใช้เวลา27ตอน  หรือประมาณ 810นาที บอกคนดูว่า  "มรึงใหญ่ใช่ไหม  เดี๋ยวกรูใหญ่กว่า!!"  (ล้อเล่นอีกครับ  แอนนิเมชั่นเรื่องนี้ให้อะไรหลายๆอย่างทั้งแง่คิด  ความพยายาม  การเปลี่ยนแปลงตัวเอง ความรัก และมิตรภาพ)

K-On ใช้เวลา 2 ซีซั่น 36 ตอน 1080 นาที  เพื่อส่งความสุขสดใส  มิตรภาพ  ความอบอุ่น  ความฝันและจินตนาการในวัยเรียนให้คนดู  (แต่ภาคสองสิ่งที่จะสื่อ  เพิ่มเข้ามาอีกนะครับ)

Magica Madoka  ใช้เวลา 12 ตอน 360 นาทีบอกคนดูว่า  อย่าไว้ใจของน่ารัก  เอ๊ยไม่ใช่  "คนที่มีความอ่อนโยน  ดูเหมือนไม่ได้เรื่อง  ไม่เด็ดขาดและตัดสินใจอะไรไม่ได้  นั้นไม่ได้หมายความว่าเขาอ่อนแอ   มุมมองที่เขามองโลกนั้นบางครั้งสามารถแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและตรงจุดกว่าคนที่วนเวียนอยู่ในปัญหานั้นไม่รู้จบ"
 
 

แน่นอนว่าทุกๆข้อความนั้นการพูดออกไปตรงๆเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าและเร็วกว่า  แต่ก็นั่นแหละครับ  มันไม่เข้าไปอยู่ในใจเป้าหมาย  พวกเขาจึงต้องยอมใช้เวลา"หลายชั่วโมง"ในการสื่อ  และอีก"หลายเดือนหลายปี"ในการผลิต  เพื่อส่งข้อความที่ถ้าพูดจะใช้เวลา"ไม่กี่วินาที"  โดยการใช้แอนนิเมชั่น  แล้วแอนนิเมชั่นที่ผมยกตัวอย่างขึ้นมาด้านบนรวมถึงอีกหลายๆเรื่อง  ผมคิดว่าเขาทำสำเร็จ
 
ข้อความเป็นเรื่องหนึ่ง  แต่การ"สื่ออารมณ์"ด้วยเป็นจุดที่เจ๋งที่สุดของแอนนิเมชั่น  เพราะคำพูดหลากหลายเท่าไรบางครั้งก็ไม่สามารถสื่ออารมณ์นั้นๆได้ถึงใจผู้ฟัง  แต่แอนนิเมชั่น"ทำได้"
 
 
 

ผมเคยไปเจอครอบครัวอยู่ครอบครัวหนึ่ง  เค้ามีลูกชายอายุประมาณ5-6ขวบ  ลูกชายเขานั่งดูหนังขบวนการเรนเจอร์อยู่  พ่อเขาเดินผ่านมาแล้วพูดว่า  "ดูอยู่ได้ทั้งวัน ขบวนการปัญญาอ่อน"
 
สารภาพตามตรง  ผมอยากกระโดดถีบยอดหน้าพ่อเค้ามาก...
 
 
หนังที่คุณว่า "ขบวนการปัญญาอ่อน" นั้น  กำลังปลูกฝังศีลธรรมและจริยธรรมขั้นพื้นฐานที่ดีที่สุดให้กับลูกของคุณผ่านความสนุกสนานและความตื่นเต้น  เด็กคนนั้นจะได้รับข้อความหลากหลายเข้าไปในใจอย่างไม่ต่อต้าน  เช่น  "เราต้องเป็นคนดีมีคุณธรรม"  "คนที่ทำไม่ดีจะพบจุดจบที่ไม่ดี" "เราต้องสามัคคีกัน" "เราต้องคอยช่วยเหลือผู้อื่น"   คุณไม่อยากให้ลูกคนเป็นคนแบบนั้นเหรอ?
 
แอนนิเมชั่นให้อะไรผมหลายอย่าง  ผมจึงรักแอนนิเมชั่นมาก

เนื่องจากที่ผมทำงานอยู่ในวงการนี้ทำให้ผมได้ทราบว่า  แอนนิเมชั่นในไทยนั้นหลายๆเรื่องยังคงขาดจุดแข็งที่สุดที่แอนนิเมชั่นสามารถทำได้อยู่ก็คือ "ชั้นเชิง" ในการสื่อข้อความ(ความรู้สึกนั้นไม่ต้องพูดถึง  แอนนิเมชั่นหลายๆเรื่องในไทยไม่แม้แต่คิดจะสื่อความรู้สึกออกมาด้วยซ้ำ)  พวกเขาเลือกที่จะสื่อข้อความอย่างตรงไปตรงมาเกินไปจนขาดเสน่ห์  และผู้รับสารไม่สามารถทนดูมันได้
 
ในหลายๆครั้งแอนนิเมชั่นไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นงานศิลปะ  แต่เพียงแค่ต้องการขายของอะไรบางอย่าง(ผมไม่นับแอนนิเมชั่นโฆษณานะครับ  อันนั้นชัดเจน)  หรือเพียงเพื่อบอกประโยคอะไรบางอย่างแบบน่าเบื่อๆ  เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรตัวเอง  สิ่งที่เกิดขึ้นนี้อาจเป็นเพราะนายทุนเหล่านั้นไม่ได้รู้จัก  รัก  หรือชอบงานแอนนิเมชั่น  เขาเพียงใช้เป็นเครื่องมือและเมื่อเขาลงทุนกับมันไปแล้วเขาต้องได้ "ผลตอบแทน"  สินค้าเขาต้องขายได้มากขึ้น  รายได้ต้องดีขึ้น  ภาพลักษณ์องค์กรต้องดีขึ้น
 
 
 
มันจะง่ายกว่าไหมครับ  ถ้าคุณยอมสร้างแอนนิเมชั่นที่ดีสักเรื่อง  ให้ประทับใจคนดู  แล้วลงชื่อคุณเป็นผู้สนับสนุนหลัก  หรือสอดแทรกสินค้าคุณเข้าไปในเรื่องแบบไม่กระทบกับเนื้อเรื่อง  แล้วให้คนประทับใจกับแอนนิเมชั่นเรื่องนั้นจนอยากซื้อสินค้าของคุณ
 
 
มันจะง่ายกว่าไหมครับ  ถ้าคุณยอมสร้างแอนนิเมชั่นที่ดีสักเรื่อง  ที่ติดอยู่ในใจของคนดู  แล้วลงชื่อคุณเป็นผู้สนับสนุนหลักเพื่อสร้างภาพลักษณ์องค์กรคุณให้ดีขึ้น
 
ทำไมคุณเลือกทางที่ยากกว่าล่ะครับ  ยัดเยียดสินค้า  สีขององค์กรณ์เข้ามาทำลายงาน  ตัวละครพูดพร่ำแต่เรื่องการปฏิบัติตัวเป็นเด็กดี  หรือคุณค่าของสารอาหาร  การลดภาวะโลกร้อน แบล็บๆๆๆๆ  เยอะแยะไปหมด  แล้วคนดูก็  "ไม่ดู"
 
 
ผมเน้นนะครับ  "ไม่ดู!!"
 
แล้วคุณจะเสียเงินกับสิ่งที่คน "ไม่ดู"ทำไมหรือครับ?
 
ผมไม่ได้บอกว่าสิ่งที่คุณอยากจะสื่อนั้นมันไม่ดีหรือสื่อออกมาไม่ได้  มันดีครับ  และสื่อออกมาได้ด้วย  แต่มันต้องใช้"ชั้นเชิง"  และคนสร้าง"ชั้นเชิง"นั้นก็คือพวกเรา  คนที่"ทำแอนนิเมชั่น"ครับ
 
 
 
ผมต้องปวดตับทุกครั้งที่รับบรีฟงาน  หรือมีนักศึกษามาปรึกษางาน  แล้วเจอแบบนี้ครับ
 
"ผมอยากทำการ์ตูนต่อยๆกันอะครับอาจารย์!!"  (ไปดูมวยมั้ย?  เวทีลุมพินี  บอกผมก่อนว่าอยากให้คนดูได้อะไร  ความมันส์ความสนุกเร้าใจ?  ผมจะได้แนะนำคุณถูก)
 
"ผมอยากทำการ์ตูนฟันๆกันอะครับอาจารย์!!"  (เหมือนข้างบน  แต่ไปดูหนังโป๊แทน)
 
 
 
 
คนบรีฟ  "ตรงนี้อยากให้ตัวละครมันพูดแบบนี้(คุณพ่อฮะคุณแม่ฮะ  ผมจะเป็นเด็กดี ช่วยเหลืองานบ้านและตั้งใจเรียนฮะ) "
 
  ผม "ไม่ได้หรอกครับ  มันผิดคาแรคเตอร์  ทำให้เรื่องมันเสียนะครับ  เด็กปกติก็ ไม่มีใครพูดแบบนี้  ยิ่งเป็นคาแรคเตอร์ตัวนี้ยิ่งแล้วใหญ่"
 
คนบรีฟ "แต่(กรู)จะเอาอะครับ"
 
ผม(ในใจ)  "แล้วจะให้(กรู) มากำกับทำ - ่า ฟัค อะไร(วะ)ครับ"
 
 
 

คนบรีฟ "อันนี้ตอนตัวเอกโดนบีบคออยู่  ตัวเอกจะแปลงร่าง  ก่อนตัวเอกจะแปลงร่าง มันต้องชง...(เครื่องดื่มชนิดหนึ่ง)  ดื่มก่อนนะ"
 
ผม(ในใจ)  "จะแปลงร่างสู้อยู่แล้ว  แถมยังโดนบีบคออยู่  มรึงยังชง - ่า  อะไรแดรก    อีกเหรอ(วะ)ครับ"
 
 
 
 
นี่คือสิ่งที่ผมเคยเจอ  แล้วยังคงเจออยู่  จริงๆแล้วแล้วยังมีอีกมากมาย  วันหลังผมจะเล่าให้ฟังครับ
 
 
ยังดีที่ปัจจุบันนี้ในไทย  ยังมีหลายๆที่และหลายๆคนที่มีความฝัน  รักในงานแอนนิเมชั่นและมีกำลังจะสร้างแอนนิเมชั่นดีๆขึ้นมา พวกเขากำลังพยายามสร้างสรรค์ผลงานแอนนิเมชั่นที่แท้จริงอยู่  แอนนิเมชั่นดีๆหลายเรื่องก็ถูกฉายออกมาแล้ว
 
ในฐานะที่ผมทำงานเป็นผู้กำกับ  ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า  เสียงเล็กๆของผมอาจจะไปสะกิดถึงหูของนายทุนท่านใดบ้าง  ถ้าสักวันท่านอยากออกทุนทำงานแอนนิเมชั่น  ท่านอาจจะได้นึกถึงคำพูดของผม  เพื่อรักษาคุณค่าของแอนนิเมชั่นไว้  ท่านได้งานที่ดี  ได้ชื่อว่าเป็นคนออกเงินผลิตผลงานที่มีคุณค่า  คนทำได้ทำงานที่มีคุณภาพ  คนดูได้รับสิ่งที่ดี  ผมว่ามันวินๆทุกฝ่ายนะครับ  ได้โปรดเถอะครับ  อย่าเข้าใจความหมายของแอนนิเมชั่นผิดไปกว่านี้เลย
 
สำหรับผู้ทำก็อย่าลืมนะครับ  ก่อนที่คุณจะทำแอนนิเมชั่นสักเรื่อง  ลองคุยกับตัวเองคุยกับทีมงานก่อนว่า
 
"เราจะให้อะไรกับคนดู?"
 
เราก็จะทำแอนนิเมชั่นโดยไม่หลงทางกันครับ
 
หวังว่าบทความนี้คงมีประโยชน์แก่ผู้เข้ามาอ่าน  ไม่มากก็น้อยครับ
 
 
 
ปล. ขอย้ำอีกครั้งว่าบทวิจารณ์และการตีความทั้งหลายในบทความนี้  เป็นความเห็นส่วนตัวของ       ผมล้วนๆครับ
 
ปล.2 สิ่งที่ผมวิจารณ์นั้นผมไม่นับรวมการทำแอนนิเมชั่นเพื่อเป็น พอร์ทฟอริโอ้นะครับ  เพราะการ         ทำพอร์ทฟอริโอ้นั้นผู้ทำต้องการทำเพื่อนนำเสนอฝีมือและผลงาน  สำหรับนำไปสมัครหรือ         หางาน  อาจไม่ได้ทำมาให้สมบูรณ์เป็นเรื่องราวแต่อย่างใด
 

3D Model_ Elf

posted on 03 Dec 2011 17:19 by orangedk  in Portfolio
มาแว้วววว  มาอัพบล็อคแว้ววว   ทำบล็อคร้างอีกแล้ว ขอโทษทุกคนด้วยคร่าาา  
 
พักนี้เหนื่อยจากงานประจำกลับบ้าน 3ทุ่มทุกวันเลยTongue out  อยากกลับไปวัยเรียนอีกครั้งมากๆ วันหยุดก็กลายเป็นคนไม่อยากไปไหนแล้ว อยากนอนอยู่บ้านทั้งวัน    
 
ว่าแล้วก็ไปดูงานดีก่า
 
อันนี้เป็นโมเดลที่ออกแบบเองแล้วเองมาปั้นในโปรแกรม MAYA จ้า
 
ตัวดีไซน์ ด้านหน้า ด้านข้าง แล้วก็ดาบ
 
 
 
 
โมเดลแบบเรนเดอร์แยกพาส มีpassดังนี้   (ใครเรียนด้าน 3D มาก็จะเข้าใจเองจ้า)
-color
-occlusion
-keylight
-specular
-rimlight
-shadow
-subsurface shader  (ไม่ได้ใส่มาวางให้ดูเพราะ วางแล้วมันไม่สวยเลยตัดออกจ้า แต่คอมโพสิสไปแล้วเรียบร้อย)
 
 
 
 
อันนี้แบบคอมโพสิสแล้วเรียบร้อยงับๆ
 
 
 
ที่ทำตัวนี่เพราะเราอยากลองใช้โปรแกรม Z brush ทำ normal map ดู จ้า(เพิ่งจะลองหัดใช้)
คิดว่ามันจะช่วยเราทำรอยยับผ้าได้บ้างแต่มันก็ดูแบนๆ -_-'
คราวหน้าคงต้องลอง displacement map บ้างดีกว่า 
 
ไว้เจอกันใหม่คราวหน้าจร้าาาาา^_^/
 
ปล.ใครไม่เข้าใจศัพท์เทคนิคต้องขออภัยด้วยนะคะ
 

present งานแต่งตัวเองจ้า

posted on 09 Oct 2011 17:02 by orangedk  in Portfolio
ไม่ได้อัพบล็อคนาน ร้างเลย 555 ไปแต่งงานมาจ้า
มัวแต่ยุ่งๆงานแต่งของตัวเองอยู่ ไม่ได้วาดรูปไปหลายวันเลย  
 
เลยเอาพรีเซ็นต์เทชั่นงานแต่งตัวเองมาให้ดูกันน้า  ทำเองกะคุณสามี (เปลี่ยนจากคุณแฟนเป็นคุณสามีแร้ว อุอุSurprised)
 
                 
 
 
หลังจากนี้คงมีเวลามาอัพเรื่อยๆแล้วล่ะ