หวัดดีค่า    คราวก่อนเคยเอาบทความของคุณสามีมาลงได้รับการตอบรับที่ดีเลยรู้สึกมีกำลังใจคราวนี้ก็มีบทความใหม่ของคุณสามีมาให้อ่านกันอีก
 
*ใครที่คิดว่าบทความนี้น่าจะมีประโยชน์กับคนอื่น สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยนะคะ *
 
 
                ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกคนมากนะครับที่ให้ความสนใจเข้ามาอ่านตั้งแต่บทความที่แล้วอันที่แล้ว
ผมก็พิมพ์ๆเก็บเอาไว้   ภรรยามาอ่านเจอก็เอาไปลงซะงั้น  ถ้ามันมีประโยชน์กับคนอื่นบ้างผมก็ดีใจมากๆเลยครับ
 
                สำหรับเรื่องในคราวนี้ผมต้องขอโทษเอาไว้ล่วงหน้าเลยครับถ้าสิ่งที่ผมจะกล่าวออกไปนี้ไปกระทบ
 หรือตรงกับพฤติกรรมของใคร  ผมไม่ได้คิดจะว่าอะไรใคร  หรือวิธีการความชอบของใครทั้งนั้นครับ  ได้โปรดคิด
ว่าเป็นมุมมองส่วนตัวของผมที่อยากถ่ายทอดให้ฟัง  และก่อนจะเข้าเรื่องก็ต้องขอโทษเอาไว้อีกทีเลยครับ
 
                แน่นอนว่าจากหัวข้อที่แล้ว  ผมอยากมาพูดถึงการ "ดูแอนนิเมชั่น"  ซึ่งการ"ดูแอนนิเมชั่น"ในที่นี้ผม
จะพูดถึง "วิธีการ" ในการดูครับ
 
               การดูแอนนิเมชั่นมีวิธีการด้วยเหรอ  ก็ใส่แผ่น  เปิดดูไฟล์จบแล้วนิ?
 
อันนั้นใช่ครับ  แต่ที่ผมจะพูดก็คือแต่ละคนจะมีวิธีการดูต่างๆกันไปครับ  ผมได้เจอมาหลายๆแบบ
และอยากจะมาแชร์ให้ฟัง
 
 
                เริ่มจากตัวผมก่อนเลยครับผมจะเป็นคนดูแอนนิเมชั่นแบบ "ดูมหรสพ"เหมือนดูละครเวทีหรือดู
แอนนิเมชั่นในโรง  คือผมจะตั้งใจมากๆและจะไม่สนใจอย่างอื่นเลย
 
ทำไมต้องทำแบบนั้น?
เพื่อที่ผมจะได้รับอรรถรส  ข้อความ  และความรู้สึกจากผู้กำกับและคนเขียนบทให้เต็มที่ๆสุดเท่าที่ผมจะทำได้  
 
                งั้นก็รีดูใหม่ก็ได้นิถ้าดูอยู่บ้าน? (ส่วนใหญ่ผมดูที่บ้าน)
  ได้ครับ  แต่มันไม่เต็มที่หรอกครับ  เพราะผมมีความเชื่อว่าผู้กำกับที่มีความสามารถนั้นจะวางแผน
ทุกอย่างในแอนนิเมชั่นเรื่องหนึ่งๆไว้หมด  ซึ่งหนึ่งในความเก่งของผู้กำกับเหล่านั้นคือ"การวางแผนอารมณ์คนดู"ครับ
                  ผู้กำกับเก่งๆจะบังคับอารมณ์ของคนดูได้ว่า  เมื่อดูมาถึงจุดนี้แล้ว  คนดูจะรู้สึกอย่างไรและต่อไปจะรู้สึกแบบไหน  เช่นว่า  พอดูถึงตอนนี้คนดูจะต้องเศร้าและกดดันขนาดนี้  และถ้าดูไปเรื่อยๆพอถึงตรงจุดนี้ต้องเปิดเพลงนี้ขึ้นมาดังๆนะตอนนี้คนดูจะต้องสะเทือนใจที่สุด  ถ้าไม่ร้องไห้ออกมาก็ต้องให้ขนลุกทั้งตัวหละ  หรือถ้ามาถึงตรงนี้ต้องขำประมาณนี้แล้วพอตรงนี้ต้องตบมุขนี้ป้าบใส่เสียงนี้  คนดูต้องขำก๊ากเลย
 
                 ตัวอย่างที่ง่ายที่สุดก็อย่างเช่นถ้าเป็นซีรี่ส์เค้าก็พยายามจะบิ้วอารมณ์ให้ตื่นเต้นตอนใกล้ๆจะจบตอนเพื่อให้อยากดูตอนต่อไป  ก็เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนครับ
(ถ้าทำสำเร็จอารมณ์คนดูก็จะประมาณ "เหยดดดดโด้วววว!!  ตอนต่อไปอยู่หนายยยยย!!")
 
                  จากที่ผมยกตัวอย่างก็คือผู้กำกับเค้าจะวางแผนไว้ทั้งหมดว่าต้องใช้คัทแบบไหนตอนไหนเรียงต่อกันแล้วจะรู้สึกยังไง